วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

สีกับความหมายดีๆ

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้นะคะว่าสีนั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา อย่างเช่น ออกรถใหม่, เลือกเสื้อผ้า, ซื้อมือถือหรือแม้แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันที่ขายตามท้องตลาด (สบู่, แปรงสีฟัน, แชมพู) ยังต้องมีหลายสีแยกตามชนิด รุ่น หรือกลิ่น
สีแต่ละสีนั้นให้ผลในทางจิตวิทยา ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้คนเรามีความรู้สึกต่างกันไปตามสีนั้น ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกผ่อนคลาย, เยือกเย็น, หม่นหมอง ฯลฯ
 ปฏิกิริยาที่มีต่อสีใดสีหนึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วัฒนธรรม หรือความเป็นสากล ยกตัวอย่าง คนจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความโชคดีส่วนในทางสากลถือว่าสีแดงหมายถึงความรัก

นานัวร์ได้รวบรวมความหมายของสีมาให้ได้อ่านกันค่ะ นอกจากจะมีความหมายของสีแล้ว นานัวร์ก็ยังได้นำความเชื่อในการใช้สีของแต่ละประเทศมาให้ได้อ่านกันด้วยค่ะ


สีชมพู


ความหมาย: อบอุ่น, มีพลัง, ความสมดุล, กระตือรือร้น, มีชีวิตชีวา, พละกำลัง, ขยับขยาย, หรูหรา, ตื่นเต้น, เป้าหมายธุรกิจ, การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์, ทะเยอทะยาน, ความสำเร็จ, เกี่ยวกับกฎหมาย, การขาย, การแสดง, ดวงอาทิตย์, เป็นมิตร, สนุกสนาน, เข้มแข็ง, อดทน, รอบรู้, การกุศล, น่าหลงใหล, ความสุข, เป็นมิตร, การเริ่มต้น, ความคิดสร้างสรรค์, กำลังใจ, อบอุ่น, น่าสนใจ, อิสระ, งบประมาณน้อย, หนุ่มสาว

สีชมพูอ่อน วัยแรกรุ่น, บอบบาง

สีชมพูสด วัยรุ่น, กำลัง, มีเจตนาดี

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: ผู้หญิง, เด็กผู้หญิง
อินเดียแถบตะวันออก: เป็นสีแสดงความเป็นผู้หญิง
ญี่ปุ่น: เป็นสีที่ใช้กันมากทั้งหญิงและชาย
เกาหลี: ความไว้ใจ
ฮวงจุ้ย: หยิน, ความรัก



สีส้ม

ความหมาย: โรแมนติก, ความรัก, มิตรภาพ, ผู้หญิง, ความจริง, นิ่งเฉย, หวังดี, เยียวยาความรู้สึก, ความสงบ, ความห่วงใย, เอาใจใส่, รสหวาน, กลิ่นหอม, บอบบาง, ละเอียดอ่อน

สีส้มอ่อน เช่น ลูกแอปปริคอท, ปะการัง, ลูกพีชและแคนตาลูป หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ

สีส้มเข้ม หมายถึง หลอกลวง, ไม่ไว้วางใจ


สีส้มแดง หมายถึง ความปรารถนา, เรื่องทางเพศ, ความแข็งกร้าว, การครอบครอง

สีส้มสด เช่น ส้ม หมายถึง เกี่ยวกับสุขภาพ

จิตวิทยา: ในร้านอาหาร สีส้มถือว่าเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นการเจริญอาหาร ส่วนการตกแต่งด้วยสีส้มก็ช่วยเรื่องการค้าขาย นอกจากนี้สีส้มยังช่วยเพิ่มออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงสมอง และช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง

รู้หรือไม่: เมื่อใช้ส้มเป็นพื้นหลังช่วยให้รูปดูใกล้และใหญ่กว่าความเป็นจริง แต่ต้องระวังอย่าใช้เยอะเกินไปนะคะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: ฤดูใบไม้ร่วง, การเก็บเกี่ยว, ความคิดสร้างสรรค์
อเมริกัน: ฮัลโลวีน, ของราคาถูก
ฮวงจุ้ย: หยาง, ดิน, เข้มแข็ง
สีน้ำตาล


ความหมาย: มิตรภาพ, เทศกาลพิเศษ, พื้นดิน, วัตถุนิยม, ความจริง, สะดวกสบาย, ทนทาน, มั่นคง, เรียบง่าย, อายุยืน, สนิทสนม, เงียบสงบ, ราคะ, เข้มแข็ง, การผลิต, นิ่งเฉย, ทำงานหนัก, น้ำใจ, สิ่งสกปรก, การปฏิบัติการ

ถ้าใช้สีน้ำตาลสีเดียวนั้น มันก็จะดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ ออกจะดูทึมๆ ทื่อๆ ด้วยซ้ำ นานัวร์แนะนำว่าให้ใช้คู่กับสีอื่นหรือแต่งโดยใช้เทคนิด texture เข้าช่วยค่ะ เช่นพื้นไม้ เป็นต้น

สีน้ำตาลแดง ฤดูเก็บเกี่ยว, ฤดูใบไม้ร่วง

สีเนื้อ หยาง, เชี่ยวชาญ, ความเรียบร้อย

สีน้ำตาลทองแดง เป้าหมายทางการเงิน, หลงใหล, ผลทางธุรกิจ, ความก้าวหน้าในอาชีพ

สีน้ำตาลกาแฟ เชี่ยวชาญ, เข้มข้น, ทนทาน

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ชาวอะบอริจิ้นในออสเตรเลีย: สีของผืนดิน
ฮวงจุ้ย: หยาง, ดิน, อุตสาหกรรม

สีทอง


ความหมาย: ร่ำรวย, พระเจ้า, ชัยชนะ, ปลอดภัย, อำนาจของผู้ชาย, ความสุข, ขี้เล่น, เคารพ, เฉียบแหลม, น่าเกรงขาม, ปรารถนาอำนาจ, อำนาจลึกลับ, วิทยาศาสตร์, ความมุ่งมั่น

เมืองนอกเค้าสำรวจมาว่า ใช้สีทองกับสีน้ำเงิน navy blue ในเรื่องการขายของให้กับผู้ชายจะดีที่สุดค่ะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ทั่วโลก: ความสำเร็จ, คุณภาพดี, เงิน
ฮวงจุ้ย: หยาง, เหล็ก-โลหะ



สีเหลือง

ความหมาย: พระอาทิตย์, ฉลาด, เบา, ความทรงจำ, จินตนาการ, ความร่วมมือ, องค์กร หมู่คณะ, แสงอาทิตย์, ความสุข, พลังงาน, มองโลกในแง่ดี, บริสุทธิ์, กระตือรือร้น, อบอุ่น, มีเกียรติ, ภักดี, ความชัดเจน, แนวคิด, ความเข้าใจ, เฉียบแหลม, ทรยศ, ไม่ซื่อ, ขึ้หึง, อ่อนแอ, ระมัดระวัง, ผู้ตาม, มั่นใจ, อารมณ์ขัน, เพ้อฝัน, ความคิดสร้างสรรค์, เป็นต้นแบบ, ความหวัง, ฤดูร้อน, ไม่แน่นอน, มีชื่อเสียง

สีเหลืองหม่น ระมัดระวัง, ผุพัง, ป่วย

สีเหลืองอ่อน สดชื่น, สนุกสนาน, รอบรู้

สีครีม ความเงียบ, ร่าเริง, สงบ, บริสุทธิ์, นุ่มนวล, อบอุ่นมากกว่าสีขาว

จิตวิทยา: สีเหลืองจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้กล้ามเนื้อมีกำลังและช่วยดึงดูดความสนใจ

รู้หรือไม่: สีเหลืองเป็นสีที่เห็นได้เด่นที่สุดกับตาของมนุษย์ค่ะ ถ้าคุณต้องการให้ข้อความหรือสิ่งไหนสะดุดตาคนดู ก็สีเหลืองนี่เลยค่ะ เวลานักเรียนเรียนในห้องที่ทาสีเหลืองทำให้ทำข้อสอบได้ดีขึ้น (นี่เค้าว่ามาอีกทีนะคะ) สีเหลืองสดใสใช้ดีกับการโปรโมทอาหาร เช่น ลองเอากล้วยหรือผลไม้สีเหลืองอื่นๆ ไปวางผสมกันกับผลไม้หรือผักสีเขียวอื่นๆ ก็ดูดึงดูดสายตาดีค่ะ ส่วนของเล่นเด็กถ้าใช้สีเหลืองเป็นไฮไลท์หรือฉลากก็ดูเด่นขึ้นค่ะ แต่ถ้าใช้สีเหลืองมากเกินไปก็เป็นการรบกวนสายตาได้ ส่วนสีเหลืองใช้คู่กับสีดำ หมายถึงการเตือน เช่นป้าย Baby on Board ที่ป้ายมือใหม่หัดขับที่ไว้ติดหลังรถค่ะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: ความหวัง, ความสุข, สิ่งอันตราย, อ่อนแอ, แท็กซี่
เอเชีย: สักการะบูชา, ยิ่งใหญ่, จักรพรรดิ์
จีน: การเลี้ยงดู, ราชวงศ์
อียิปต์: เศร้าโศก
ญี่ปุ่น: กล้าหาญ
อินเดีย: พ่อค้า
ศาสนาพุทธ: ปัญญา
ฮวงจุ้ย: หยาง, ผืนดิน, เป็นมงคล, อบอุ่น, แสงอาทิตย์


สีเขียว


ความหมาย: แผ่นดินแม่, การแพทย์, อุดมสมบูรณ์, การเกษตร, การเติบโต, อาหาร, ความหวัง, ต่ออายุ, หนุ่มสาว, มั่นคง, ทนทาน, สดชื่น, ธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, เงียบสงบ, อมตะ, สุขภาพ, การรักษา, โชคดี, หึงหวง, สามัคคี, ใจกว้าง, ปลอดภัย, อิจฉา, โชคร้าย, การทูต, สนุกสนาน, สมดุล, ไม่มีประสบการณ์, แบ่งปัน, มิตรภาพ

จิตวิทยา: สีเขียวสามารถลดความดันเลือดได้ ช่วยลดอาการตื่นเต้น และช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สีเขียวนี้ทำให้สบายตาและช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้น รูปที่มีพื้นหลังเป็นสีเขียวจะทำให้รูปนั้นดูไกลขึ้นค่ะ

รู้หรือไม่: รูปที่มีพื้นหลังเป็นสีเขียวจะทำให้รูปนั้นดูไกลขึ้น เป็นสีที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ออร์กานิก ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น สปา

สีเขียวเข้ม การเงิน, ทะเยอะทะยาน, โลภ, หึงหวง, ช่วยให้เกิดความมุ่งมั่น

สีเขียวเหลืองมะนาว เจ็บไข้ได้ป่วย, หึงหวง, คลื่นไส้, ขี้ขลาด ไม่แนะนำให้ใช้สีนี้ในผลิตภัณฑ์อาหารค่ะ

สีเขียวมะกอก สงบสุข

สีเขียวอมน้ำเงิน เป็นสีที่นิยมใช้กันทั่วไปค่ะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

จีน: การขับไล่, สมัยก่อนผู้หญิงชาวจีนที่ใส่หมวกสีเขียวหมายถึง มีชู้
ญี่ปุ่น: การมีชีวิต
อิสลาม: ความหวัง - สันนิษฐานว่าเสื้อคลุมของศาสดานั้นเป็นสีเขียว, คุณธรรม - สำหรับผู้ที่ศรัทธาอย่างแรงกล้าถึงใส่สีเขียวได้
ไอร์แลนด์: สีประจำชาติ
ยุโรป/อเมริกา: ฤดูใบไม้ผลิ, การเกิดใหม่, ความปลอดภัย, ปกป้องสิ่งแวดล้อม, คริสต์มาส (คู่กับสีแดง)
ฮวงจุ้ย: หยิน, ธาติไม้ สมดุล, ผสมผสานกลมกลืน, สุขภาพ, ความสงบ


สีน้ำเงิน/สีฟ้า

ความหมาย: โชคดี, การติดต่อสื่อสาร, ฉลาดเฉียบแหลม, การป้องกัน, แรงบันดาลใจ, สงบ, นุ่มนวล, น้ำ, ทะเล, ความคิดสร้างสรรค์, ลึกลับ, ท้องฟ้า, ท่องเที่ยว, อุทิศตัว, ความก้าวหน้า, อิสระ, ความรัก, ความเชื่อใจ, เห็นอกเห็นไใจ, ความเศร้า, ความกลุ้มใจ, ความมั่นคง, เป็นปึกแผ่น, ความเข้าใจ, ความมั่นใจ, การยอมรับ, การอนุรักษ์, ความปลอดภัย, คำสั่ง, สะดวกสบาย, หนาวเย็น, เทคโนโลยี, ปัญญา, ความคิด, การแบ่งปัน, ความร่วมมือกัน, ความจริงใจ, ผ่อนคลาย, มิตรภาพ, อดทน

จิตวิทยา: บางคนเชื่อว่าสีน้ำเงินหรือสีฟ้านี้ทำให้การเผาผลาญในร่างกายหรือเมตาโบลิซึ่มช้าลง และหยุดยั้งการเจริญอาหาร

รู้หรือไม่: สีน้ำเงินหรือสีฟ้าเป็นสีที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะสำหรับเว็บไซต์เกี่ยวกับเทคโนโลยี, ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำ, ทะเล, ท่องเที่ยว นอกจากนี้สีฟ้าหรือสีน้ำเงินก็เป็นสีที่คนชอบมากที่สุดมากกว่าครึ่งโลก นานัวร์ก็ชอบสีฟ้าเหมือนกันค่ะ ถ้าใช้สีฟ้าคู่กับสีน้ำเิงินเข้มจะให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ แต่ถ้าใช้สีฟ้าอ่อนๆ ก็จะให้ความรู้สึกสงบและนุ่มนวลค่ะ

สีน้ำเงิน ความร่ำรวย หนาวเย็น

สีน้ำเงินเข้ม ความลึก, เชี่ยวชาญ, มั่นคง, น่าเชื่อถือ, รอบรู้, เฉลียวฉลาด, เป็นสีของธุรกิจส่วนใหญ่, อบอุ่น, อำนาจ, ความจริงจัง, สุขภาพ, ความรู้, กฏหมาย, ตรรกะ, ปลอดโปร่ง

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: สงบ
อิหร่าน: โศกเศร้า
จีน: เป็นอมตะ
ฮินดู: สีของพระกฤษณะ
ตะวันออกกลาง: ปกป้อง
ฮวงจุ้ย: หยิน, ธาตุน้ำ, เงียบสงบ, ความรัก, ผ่อนคลาย, สันติสุข, ความเชื่อถือ, ผจญภัญ, การค้นหา

สีม่วง


ความหมาย: อิทธิพล, ดวงตาที่สาม, ทรงเจ้า, พลังวิเศษ, เกียรติยศ, แรงบันดาลใจ, ราชวงศ์, อำนาจลึกลับ, การเปลี่ยนแปลง, ฉลาด, เชี่ยวชาญ, โหดร้าย, หยิ่งยโส, เพ้อฝัน, จินตนาการ, ร่ำรวย, ฟุ่มเฟือย, อิสระ, ไสยศาสตร์, ความคิดสร้างสรรค์, พลังงาน, ความมั่นใจในตัวเอง, ถือตัว, ทะเยอทะยาน, หรูหรา, กำไร, ความต้องการทางเพศ, เพศที่สาม, เกย์, เลสเบี้ยน

จิตวิทยา: เด็กฝรั่งรุ่นซักประมาณประถมปลายถึงมัธยมต้นกว่า 75% เลือกสีนี้เป็นสีที่ชอบที่สุดค่ะ ไม่แน่ใจว่าเด็กไทยจะด้วยรึเปล่า พวกบริษัทผลิตของเล่นหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กนิยมใช้สีม่วงสดเพื่อดึงดูดความสนใจค่ะ ส่วนสีม่วงอ่อนหวานๆ ก็เหมาะดีสำหรับงานออกแบบแบบผู้หญิงๆ แต่ถ้าใช้สีม่วงมากเกินไป ก็ทำให้รู้สึกอึมครึมหรือคลื่นไส้ถ้าต้องอยู่ในห้องที่มีแต่สีม่วงได้ค่ะ

สีม่วงลาเวนเดอร์ หยาง, สับสนทางเพศ, โรแมนติก, ผู้หญิง, การเปลี่ยนแปลง, อาลัยอาวรณ์

สีม่วงเข้ม ความมืด, เศร้า, ผิดหวัง, ร่ำรวย

สีม่วงอ่อน หยาง

สีม่วงไวโอเล็ต สมาธิ, ความคิดสร้างสรรค์, ความมุ่งมั่น, ความเงียบ, ความสวยงาม, แรงบันดาลใจ, ศิลปะ, ดนตรี, กามารมณ์, เสียสละ

สีม่วงอมน้ำเงิน ลึกลับ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ไทย: เศร้า
ญี่ปุ่น: การมีชีวิต
ฮวงจุ้ย: หยาง, รู้พลังลึกลับ


สีขาว


ความหมาย: เทวดา, สันติภาพ, บริสุทธิ์, สาวบริสุทธิ์, เคารพนับถือ, เลื่อมใสศรัทธา, ความเรียบง่าย, ความสะอาด, ไร้เดียงสา, หนุ่มสาว, การเกิด, หน้าหนาว, หิมะ, ความดี, ปลอดเชื้อ, หนาวเย็น, ชัดเจน, สมบูรณ์แบบ, ยุติธรรม, ความปลอดภัย, คิดบวก, บุญกุศล, ความสำเร็จ, สิ่งประดิษฐ์, เป็นเอกภาพ, เสียสละเพื่อส่วนรวม, พระเจ้า, ผู้หญิง

จิตวิทยา: ห้องสีขาวอาจทำให้อึดอัดได้ถ้าปล่อยให้โล่งๆ ไม่มีอะไรเลยค่ะ สีขาวใช้ได้ดีเมื่อใช้เป็นพื้นหลังเพราะทำให้สิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอดูเด่นขึ้นค่ะ

รู้หรือไม่: สีขาวนั้นแสดงถึงความเรียบง่าย ปลอดภัยและ สะอาด นิยมใช้กับพวกของไฮเทคทั้งหลาย เช่นคอมพิวเตอร์ และพวกอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่ะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: การแต่งงาน, นางฟ้า, โรงพยาบาล, หมอ, สันติภาพ, นม
ญี่ปุ่น: เศร้าโศก นิยมใช้ในงานศพ
จีน: ความตาย, เศร้าโศก
อินเดีย: ความทุกข์
ฮวงจุ้ย: หยาง, ความตาย, เศร้าโศก, วิญญาณบรรพบุรษ, ผี, ความมั่นใจ


สีเทา


ความหมาย: ปลอดภัย, เชื่อถือได้, ฉลาด, มีเกียรติ, เงียบขรึม, ถ่อมตัว, อนุรักษ์นิยม, สำหรับคนแก่, เศร้าเสียใจ, น่าเบื่อ, มืออาชีพ, เชี่ยวชาญ, ทนทาน, มีคุณภาพ, เงียบขรึม, หม่นหมอง

ฮวงจุ้ย: หยิน, โลหะ, ความตาย, ทื่อ


สีดำ


ความหมาย: การปกป้อง, รังเกียจ, อำนาจ, เกี่ยวกับเพศ, เชี่ยวชาญ, เป็นทางการ, หรูหรา, ร่ำรวย, ลึกลับ, ความกลัว, ปิศาจ, ความทุกข์, ความเศร้า, ความโกรธ, สำนึกผิด, โชคร้าย, ความลับ, ความสกปรก, ความว่างเปล่า, เข้มแข็ง, เชื่อถือ, จริงจัง

จิตวิทยา: ถ้าใช้สีดำกับพื้นที่กว้างเกินไป ก็อาจทำให้รู้สึกอึมครึม หดหู่ได้ค่ะ แม้ว่าสีดำจะทำให้ดูมีมิติขึ้นก็ตาม

รู้หรือไม่: สีดำนี้ใช้ได้ดีกับเว็บไซต์ประเภทศิลปะหรือโชว์ภาพถ่ายเพราะจะทำให้รูปภาพดูเด่นขึ้นค่ะ แต่ถ้าใช้สีดำเป็นพื้นหลังของตัวอักษรแล้ว อาจจะทำให้อ่านยากขึ้นค่ะ

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ

ยุโรป: งานศพ, ความตาย
จีน: เป็นสีของเด็กผู้ชาย
ไทย: โชคร้าย, ความทุกข์, ผีสาง
ฮวงจุ้ย: หยิน, น้ำ, เงินทอง, รายได้, อำนาจ, ความมั่นคง, อำนาจชั่วร้าย

สีแดง

ความหมาย: ความเข้มแข็ง มีพละกำลัง, ความโกรธ, กิเลส, ความหมกมุ่นทางเพศ, แจ่มใส, กล้าหาญ, ไฟ, ร้อนแรง, การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว, ความปรารถนา, เลือด, มีชีวิตชีวา, แรงขับเคลื่อน, ความเสี่ยง, ความรัก, การอยู่รอด, สงคราม, อันตราย, การปฏิวัติ, แข็งกร้าว, พลังอำนาจ, เด็ดเดี่ยว, รสชาติดี, เป็นผู้นำ, ตื่นเต้น, ความเร็ว, ความร้อน, ความอบอุ่น, รุนแรง, การดึงดูดความสนใจ, โรแมนติก

สีแดงสด ความสนุกสนาน, เรื่องทางเพศ, กิเลส, ความเฉียบแหลม, ความรัก, ความลังเล

สีแดงเข้ม ความมุ่งมั่น, ความคลั่งไคล้, ความโกรธ, ความตึงเครียด, ความเป็นผู้นำ, ความโหยหา, การปองร้าย

สี Maroon (แดงเลือดนก) ความลังเล

จิตวิทยา: สีแดงจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกาย, เพิ่มอัตราการหายใจ, เพิ่มการขับเหงื่อ, ช่วยเจริญอาหารและเพิ่มความดันโลหิตได้ค่ะ

รู้หรือไม่: สีแดงนั้นช่วยให้ข้อความหรือรูปภาพดูเด่นขึ้นได้ วัตถุที่มีสีแดงจะดูใหญ่ขึ้นและดูใกล้ขึ้นกว่าความเป็นจริง ส่วนสีแดงสด อาจเคืองสายตาได้ถ้าใช้บนพื้นที่หรือวัตถุที่ใหญ่เกินไป แต่ถ้าต้องการให้ดึงดูดผู้คน สีแดงนี่เลยค่ะดีที่สุด เพราะจะทำให้มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ป้าย SALE ต่างๆ ไฟแดงตามสี่แยก หรือป้ายจราจรค่ะ

เมื่อใช้ร่วมกับสีอื่น: ไม่แนะนำให้ใช้สีแดงสดร่วมกับสีฟ้าสดค่ะ เพราะมันไม่ดีกับสายตา ส่วนสีแดงถ้าใช้ร่วมกับสีเขียวก็ควรมีสีอื่นมาแทรกบ้างอย่ามีแค่สองสีนี้

ความเชื่อของชนชาติต่างๆ
 ยุโรป: อันตราย (ใช้กับป้ายจราจร เช่น ป้ายหยุดรถ), ความรัก (รูปหัวใจ), ความตื่นเต้น (ป้าย SALE)
จีน: สีของชุดเจ้าสาว, ความโชคดี, การเฉลิมฉลอง, ความสุข, สนุกสนาน, มีอายุยืนยาว, เรียกประชุมหรือกำลังพล
ญี่ปุ่น: ชีวิต
อินเดีย: ความบริสุทธิ์
ชาวตะวันออก: ความสนุกสนาน (เมื่อใช้กับสีขาว)
ชาวฮิบบรู: การเสียสละ, บาป
อเมริกัน: คริสต์มาส (ใช้กับสีเขียว), วาเลนไทน์ (ใช้กับสีขาว)
แอฟริกาใต้: เศร้า
ชาวอะบอริจิ้นในออสเตรเลีย: แผ่นดิน,
ชาวโรมัน: ใช้ธงสีแดงเป็นสัญลักษณ์ในการเริ่มโจมตีข้าศึก
ฮวงจุ้ย: หยาง, ไฟ, โชคดี, เงินทอง, เคารพ, การป้องกัน, ยอมรับนับถือ

ดอกไม้...ทายนิสัย

ดอกไม้ชนิดไหน ที่เรา หลับตาแล้วนึกถึง นั่นแหละที่บอกความเป็นตัวคุณได้ดีทีเดียว เราลองมาดูกันว่า มีดอกไม้ชนิดไหนบ้าง

          ดอกกุหลาบ 

          เริ่มต้นกันที่ดอกกุหลาบก่อนเลย ในฐานะที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีของดอกไม้ทั้งมวล แถมยังถูกนำมาใช้เป็นดอกไม้เพื่อแสดงความรักอีกด้วย เริ่ดซะไม่มี คนที่ชอบดอกกุหลาบนั้น ออกจะรักสวยรักงามมากสักหน่อย ชอบชีวิตที่หรูหราโอ่อ่า สะดวกสบาย หรือการเป็นคนเด่นดังมีชื่อเสียง ไปไหนมาไหนคนรู้จักไปหมด นอกจากนี้ยังเป็นคนที่กระตือรือร้น ใฝ่รู้ ชอบแสวงหาประสบการณ์ดีๆ ให้กับชีวิของตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

          ดอกทานตะวัน

          คนที่ชอบดอกทานตะวัน จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมาก และถือดีในความรู้ความสามารถของตัวไม่น้อย ชอบพึ่งพาลำแข้งของตัวเองมากกว่าไปงอนง้อขอใครกิน ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ชอบตั้งเป้าหมายชีวิตเอาไว้สูงๆ แต่ความเป็นคนเก่ง สนใจใคร่รู้ รวมทั้งขยันขันแข็ง ก็ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีใจคอกว้างขวาง มีเพื่อนฝูงมากมาย และชอบเข้าสังคม แต่จะเป็นคนที่ไม่แคร์ใครนัก

          ดอกมะลิ

          สำหรับคนที่ชอบดอกมะลิ ดอกไม้ไทยสีขาวที่มีกลิ่นหอมละมุนละไมนี้ อุปนิสัยมักเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน ค่อนข้างจะจู้จี้จุกจิกอยู่สักหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะความเป็นคนเจ้าระเบียบที่ชอบความเรียบร้อยงดงามนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมาก จะรู้สึกไวว่าใครคิดเช่นไรกับตน และเป็นคนคิดมาก ช่างวิตกกังวลไปกับคำพูดคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นผู้ที่ชอบชีวิตเรียบง่าย รักสงบ และเป็นตัวของตัวเองดีทีเดียว

          ดอกเบญจมาศ

          คนที่ชอบดอกเบญจมาศ เป็นคนที่ชอบความเรียบง่าย ธรรมดาๆ ชอบใช้ชีวิตในการทำงาน เข้ากับคนง่าย ผูกมิตรกับคนเก่ง ช่างเจรจา เพราะไม่มีบุคลิกถือตัว ไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์โดดเด่นอะไรนักกับเพศตรงข้าม และไม่ค่อยสนใจในเรื่องเหล่านี้ รักง่ายลืมง่ายว่างั้นเถอะ แต่จะไปให้ความสำคัญในการศึกษาหาความรู้ แสวงหาประสบการณ์ให้ชีวิตมากกว่า เป็นคนขยัน ชอบการทำงาน แต่ว่าต้องเป็นงานที่ไม่มีความซ้ำซากจำเจจนเกินไป

          ดอกกล้วยไม้

          คนที่ชอบดอกกล้วยไม้จะเป็นคนที่อ่อนโยน นิ่มนวล โรแมนติกมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่มีความอดทนหนักแน่นอยู่ในตนเองด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบชีวิตเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่จะชอบการค่อยๆเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสิ่งที่ดีกว่า โดยผ่านการคิดหน้าคิดหลังรอบคอบมาแล้ว เป็นคนที่ตัดสินใจเก่งและชอบแก้ปัญหาด้วยการประนีประนอม


          ดอกบัว

          สำหรับคนที่ชอบดอกบัว มักเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แถมยังเต็มไปด้วยความเมตตาปราณี ไม่รู้จักโกรธเกลียดใครหรอก ไม่ว่าใครจะมายังไงก็ดีกับเขาไปหมด มีอารมณ์และความรู้สึกอันละเอียดอ่อนที่ดึงดูดให้คนเข้ามาหามาพึ่งพาทางด้านจิตใจ เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ได้เกี่ยวข้องกับคนมากมาย แม้ว่าจะรักความสงบสักแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักครอบครัวมากอย่างไม่เปลี่ยนแปลง


          ดอกหญ้า

          สำหรับคนที่ชอบดอกหญ้าเล็กๆ ตามริมทาง ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็ตาม นิสัยมักเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบผูกพันหรือมีพันธะกับใคร แม้แต่คนในครอบครัวตัวเองก็ตาม ชอบใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เดินทางไปนั่นมานี่เพื่อแสวงหาประสบการณ์ชีวิต เพราะความเป็นคนที่ชอบศึกษาและเรียนรู้เอามากๆ นั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ค่าความสำคัญต่อเรื่องความซื่อสัตย์และคุณธรรมความดีเป็นอย่างยิ่ง จะทนไม่ได้เลยหากโดนโกหกหลอกลวง


          ดอกทิวลิป

          คนที่ชอบดอกทิวลิปมักมีนิสัยช่างคิดช่างฝัน เต็มไปด้วยจินตนาการที่ลื่นไหลไม่ยอมหยุด ทั้งยังมากด้วยอารมณ์อันโรแมนติกเต็มเปี่ยมในหัวใจ หลงรักคนง่าย แต่ก็จะเปลี่ยนใจง่ายเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มักช่วยเหลือคนอื่นอย่างเต็มอกเต็มใจเสมอ เป็นที่พึ่งพิงของคนที่มีความทุกข์ได้อย่างวิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองมาก ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามายุ่งในเรื่องส่วนตัว


          ดอกราชพฤกษ์

          คนที่ชอบดอกราชพฤกษ์หรือดอกคูน ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยเรานั้น มักเป็นนักมนุษยธรรม เป็นคนใจบุญ ใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกๆ คน ชอบความเท่าเทียม และต้องการเห็นคนทุกคนเสมอภาคกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้า รักอิสระ และจะไม่ยอมให้กฎเกณฑ์ใดๆ เข้ามามีอิทธิพลในชีวิต เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ มีเพื่อนมาก และรักเพื่อนฝูงเท่าเทียมกันทุกคน มีความเป็นผู้นำทางความคิดในสังคม


          ดอกบานไม่รู้โรย

          คนที่ชอบดอกบานไม่รู้โรยจะเป็นคนเงียบๆ ดูธรรมดา แต่จะมีความเยือกเย็น หนักแน่น เอาจริงเอาจัง และค่อนข้างจะถือตัวอยู่สักหน่อย ไม่ชอบให้ใครมาพูดเล่นด้วยเรื่อยเปื่อย ดูเหมือนเป็นคนเย็นชา ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้นัก อย่างมากก็มองดูด้วยความชื่นชมอยู่ห่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ไม่ชอบชีวิตที่ตื่นเต้นโลดโผน แต่ต้องการความหนักแน่นที่ต่อเนื่องมั่นคง และเสมอต้นเสมอปลายมากกว่า


          ดอกซ่อนกลิ่น

          มาถึงคนที่ชอบดอกซ่อนกลิ่นกันบ้าง แม้ว่าบางคนอาจจะถือเป็นดอกไม้ที่ไม่นิยมนำมาประดับบ้านในเวลาปกติก็ตาม แต่ก็มีคนชอบไม่น้อยเลยทีเดียว นิสัยของคนที่ชอบดอกซ่อนกลิ่นนี้ดูผิวเผิน อาจจะคิดว่าเป็นคนง่ายๆ แต่ถ้าได้คบหาจะพบว่า เป็นคนที่มีความลึกซึ้งมาก ทั้งยังเป็นคนที่เชื่อมั่นและหยิ่งทะนงในตัวเองอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบเก็บความรู้สึก มักไม่มีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่ และยังไม่ใช่คนที่เปิดเผยตัวให้ใครเข้ามารู้จักง่ายๆ ถ้าไม่มีความคิดลึกซึ้งเพียงพอ

          ดอกเฟื่องฟ้า

          สำหรับคนที่ชอบดอกเฟื่องฟ้าที่เป็นดอกไม้ธรรมดา แถมยังดูออกไปทางเชยๆ อีกต่างหาก มักเป็นคนที่มีความเป็นกันเอง ชอบแสวงหาเพื่อน หรือหยิบยื่นมิตรภาพให้ใครต่อใครเสมอ ชอบดูแลช่วยเหลือคนอื่นด้วยจิตใจที่ปรารถนาดีเต็มเปี่ยม ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เปราะบาง เจ็บปวดง่าย แต่จะไม่ใช่คนฟูมฟาย หรือต้องการให้ใครมาปลอบโยน เป็นคนที่มีความอดทนเป็นเลิศพอๆ กับความอ่อนไหว ปรวนแปรในจิตใจ

พวกคุณคิดถึงดอกอะไรกันล่ะ

10 วิธีระงับใจร้อน

โลกร้อน อากาศร้อน ความร้อนในใจของคนเราก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นบับนี้ ผมจะพาไปหาวิธีคลายร้อนในใจแบบง่ายๆ สำหรับใครที่กำลังมีปัญหารุ่มร้อนใจเพราะจิตใจของคนเรานั้น

บางครั้งก็แข็งแกร่งดังหินผา บางครั้งก็อ่อนแอราวปุยนุ่น ดังนั้นเราจึงควรบริหารจิตใจของเราทุกวันให้รับสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจได้ เพราะปัญหาที่ผ่านเข้ามาในวันนี้ วันหนึ่งข้างหน้าก็จะถอยห่างออกไป ลองย้อนกลับไปมองเรื่องราวที่ผ่านมา จะเห็นว่าบางเรื่องที่ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น อากาศร้อนอย่างเดียวก็พอแล้ว อย่าปล่อยให้ใจร้อนตามไปด้วย


1 . นับหนึ่งให้ถึงสิบ
เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่างนับเลขในใจ เวลาที่เราโกรธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึงสิ่ง
ที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย



2 . ปล่อยวาง ไม่ยึดติด
ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่าสุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้องแตกดับ และสลายไป
วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไป เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิด-ดับนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น


3. เข้าหูซ้ายทะลุหุขวา
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ เพราะปกติแล้ว คำว่า "ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา" นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามา แต่ตอนนี้ผมกำลังหมายถึง
ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั้นนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา


4. คิดมากไปหรือเปล่า
อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเครียดได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิด จนไม่เป็นอันกินอันนอน ลองเปลี่ยน
จากความคิดเรื่องแย่ ๆ เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดีๆ บ้างสิครับ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ


5. ฝึกสมาธิ
การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ อย่างที่ผมเคยเขียนในเล่มก่อนๆ ว่าเมื่อมีสมาธิก็มีสติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข


6. รู้เขารู้เรา
บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วย เพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

7. ขอโทษ คำนี้พูดได้ไม่ตาย
หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษ เพราะคำๆ นี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลงหากแต่เป็นการรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตนเองผิดต่างหาก อีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายคลี่คลายลงได้อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่างพร่ำเพรื่อเพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง


8. ยิ้มแห่งสยาม
รอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า "ถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ" เพียงแค่คุณไปไหนแล้วมีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย


9. หายใจเข้า-ออกลึกๆ
การหายใจเข้าออกลึกๆ นานๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออก ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงเวลาที่มีอารมณ์โกรธ ลองหายใจลึกๆ เข้า ออก อย่างช้าๆ จะช่วยให้สถานการณ์รอบข้างดีขึ้น


10. ไม่หนีแต่ไม่ประทะ
หากเราไม่สามารถจะทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกดจะเดินหนีก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับความจริง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบตัดสินใจในการแก้ปัญหา รับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลา เลิกคิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย




ทำอย่างไรเมื่อถูกคนอื่นด่า

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะถูกคนด่าว่า หรือนินทาให้เสียหาย ทั้ง ๆ ที่บางทีเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด บางท่านทนไม่ได้ก็อาจด่าตอบ หรือนินทาตอบเพื่อให้หายแค้น บางท่านก็ทำใจได้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย ก็ดีไปอีกอย่าง
มีพระสูตรหนึ่งชื่อว่า อักโกสกสูตรน่าจะนำมาใช้กับชีวืตประจำวันเราได้ไม่มากก็น้อย



เรื่องมีอยู่ว่ามีพราหมณ์คนหนึ่งไม่รู้ว่าโกรธแค้นพระพุทธเจ้ามาแต่ปางไหน พบพระพุทธองค์ก็เข้าไปด่า ในพระสูตรนั้นไม่ได้บอกว่าด่าว่าอะไร แต่บอกว่า อสพุภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกุโกสติ ปริภาติแปลว่า บริภาษด้วยวาจาหยาบคาย มิใช่วาจาของสุภาพบุรุษ


เมื่อพราหมณ์ด่าพระพุทธเจ้าจนพอใจแล้ว


พระพุทธองค์จึงตรัสถามว่า ที่บ้านพราหมณ์มีผู้มาเยี่ยมบ้างไหม?”


พราหมณ์ตอบว่า มีสิ ข้าพเจ้าไม่ใช่คนไร้ญาติขาดมิตร


พระพุทธองค์ตรัสถามว่า เวลามีญาติมาเยี่ยมพราหมณ์เอาอะไรต้อนรับ


พราหมณ์ก็ตอบว่า ก็เอาน้ำ ของขบเคี้ยวของกินมาต้อนรับ


เมื่อแขกมาที่บ้านท่าน ไม่กินไม่ดื่มของต้อนรับเหล่านั้น ของเหล่านั้นจะเป็นของใครพระพุทธองค์ทรงตรัสถาม


ก็ตกเป็นของข้าพเจ้าซิพราหมณ์ตอบ


พระพุทธองค์ตรัสต่อว่า เช่นเดียวกันนั่นแหละพราหมณ์ ท่านด่าเรา เราไม่รับคำด่านั้น คำด่านั้นก็ตกเป็นของท่าน


พราหมณ์ได้ยินดังนี้ถึงกับนิ่งเงียบเลย


พระพุทธองค์จึงตรัสสอนต่อว่า


ผู้ใดโกรธตอบคนที่ด่า ผู้นั้นเลวกว่าคนด่าเสียอีก คนที่ไม่โกรธตอบคนที่ด่า นับว่าชนะสงครามที่ชนะได้แสนยาก คนที่มีสติยับยั้งชั่งใจ ไม่โกรธเวลาเขาด่า นับว่าทำประโยชน์ทั้งแก่ตนและคนอื่น แต่คนที่ทำได้เช่นนี้ คนไม่ถึงธรรมมักจะกล่าวว่า เป็นคนโง่


พราหมณ์เมื่อได้ฟังดังนี้ สำนึกในความผิดของตน ว่า ตนไม่สมควรด่าคนที่ไม่ควรด่าอย่างยิ่ง จึงปฏิญาณตนนับถือพระรัตนตรัย ทูลขอบวชในพระพุทธศาสนา หลังจากบวชได้ไม่นานก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์


ธรรมะกับชีวิตประจำวัน




 วิธีบรรเทาความโศกความโศกเป็นอาการอย่างหนึ่งของจิต เมื่อกระทบกับอารมณ์อันไม่พึงปรารถนา มีความเสียใจเป็นตัวนำ อันเกิดขึ้นเพราะความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง มีความเสื่อมญาติ เป็นต้น หรือเพราะต้องทุกข์ร้อนด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้มีอาการใจแห้งอยู่ภายใน คือ ขาดความชุ่มชื่นในดวงจิต เหมือนต้นไม้หรือใบไม้ที่เหี่ยวแห้ง เพราะขาดน้ำหรือถูกแดดแรงเกินไป อาการแห่งจิตดังกล่าวนี้แหละเรียกว่าความโศก หรือบางทีก็เรียกรวมว่า เศร้าโศก

ในชีวิตประจำวันนั้น มนุษย์ต้องต่อสู้กับเรื่องนานาประการ เรื่องการทำมาหากินเป็นเรื่องต้น และยังมีเรื่องยุ่งต่างๆ ซึ่งตามมาสารพัดอย่าง เช่น การต้องต่อสู้แข่งขันกันในพวกที่ทำมาหากินอย่างเดียวกัน หรืออาชีพเดียว กัน นอกจากนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในอำนาจของความอยาก ถูกบีบคั้นด้วยความปรารถนาจากภายในตนเองบ้าง เหตุการณ์ภายนอกบีบบังคับให้จำต้องปรารถนา เช่น ค่านิยมของสังคมบ้าง

คนส่วนใหญ่มักพ่ายแพ้ต่อความทะยานอยากที่บีบคั้นเข้ามา ทั้งจากภายในตนเองและจากภายนอก จึงต้องกระหืดกระหอบแสวงหาทรัพย์สิน แสวงหาเกียรติ ความนิยมชมชอบของสังคม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลาภ ยศ และสรรเสริญ เมื่อไม่ได้ดังใจปรารถนา หรือถูกขัดขวาง ก็มีการกระทบกระทั่ง แล้วกระเทือนใจ เสียใจ แล้วมีอาการแห่งผู้โศก อาจถึงต้องคร่ำครวญออกมา คือ การร้องไห้เพื่อระบายความทุกข์โศกที่อัดแน่นอยู่ในใจหรือความรู้สึก ถ้าได้ดังใจปรารถนาก็เพลิดเพลินหลงใหลติดอยู่ ข้องอยู่ในอารมณ์ เป็นเชื้อให้ไฟ คือ ความปรารถนาทวีรุนแรงขึ้นอีก ไม่รู้จักพอ เหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ ลงท้ายด้วยความทุกข์ความโศกอีก



จิตใจของคนส่วนใหญ่จึงเสมือนท่อนไม้ที่ลอยอยู่ในกระแสคลื่น ถูกคลื่นซัดสาดให้ลอยขึ้น จมลงอยู่ในกระแสคลื่นนั่นเอง คลื่น คือ โลกธรรม-ลาภ เสื่อมลาภ, ยศ เสื่อมยศ,สรรเสริญ นินทา,สุข ทุกข์ คอยซัดสาดท่อนไม้ คือ ดวงใจที่ไม่มั่นคงนั้นให้ฟูขึ้น ฟุบลง ไม่มีเวลาสงบนิ่ง ประเดี๋ยวก็ดีใจ ประเดี๋ยวก็เสียใจ

ส่วนผู้ที่มีจิตมั่นคงดีแล้ว แม้จะกระทบกับกระแสคลื่น คือ โลกธรรม ก็หาขึ้นลงตามโลกธรรมนั้นไม่ ผู้มี จิตมั่นคงดีแล้ว ย่อมมองดูโลกธรรมเป็นเพียงเรื่องผ่าน เข้ามาแล้วผ่านเลยไป ไม่นำตนไปผูกพันกับโลกธรรม และไม่นำโลกธรรมมาผูกพันกับตน ต่างก็เป็นอิสระแก่ กัน เมื่อโลกธรรมเกิดขึ้นก็กำหนดรู้ตามความเป็นจริงว่า มันเกิดขึ้นแล้วไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา สมดังที่พระศาสดาตรัสไว้ (ในโลกธรรมสูตร) ว่า

ภิกษุทั้งหลาย ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เกิดขึ้นแก่ปุถุชนผู้มิได้สดับ (ธรรมของพระอริยะ) เขามิได้สำเหนียก ด้วยดีว่า บัดนี้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เกิดขึ้นแล้วแก่เราเขาไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า โลกธรรมนี้ไม่เที่ยง มี สภาวะบีบคั้น และมีความแปรปรวนเป็นธรรมดา


เมื่อโลกธรรม ส่วนที่ไม่น่าปรารถนาเกิดขึ้นก็เหมือน กัน เขาไม่สำเหนียกและไม่รู้ตามความเป็นจริง โลกธรรม จึงครอบงำจิตได้ เขาย่อมยินดีเมื่อได้ ยินร้ายเมื่อเสีย เมื่อดีใจบ้างเสียใจบ้างอยู่เช่นนี้ เขาย่อมไม่พ้นจากความเกิด ความแก่ ความตาย ความเศร้าโศกเสียใจพิไรรำพัน ความคับแค้นใจ กล่าวโดยย่อคือ ไม่อาจพ้นจากทุกข์ได้

ส่วนสาวกของพระอริยะผู้ได้สดับ (ธรรมของพระอริยะ) เมื่อโลกธรรมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดขึ้น เขาย่อม สำเหนียกได้ว่า บัดนี้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เขารู้ตามความเป็นจริงว่า โลกธรรมนี้ไม่เที่ยง มีสภาวะบีบคั้น มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เมื่อรู้ตามความเป็นจริงอยู่ดังนี้ โลกธรรมก็ไม่อาจครอบงำจิตได้ เขาไม่ยินดีเมื่อได้ ไม่ยินร้ายเมื่อเสีย เมื่อเป็นดังนี้ก็ไม่ต้องดีใจบ้างเสียใจบ้าง จึงสามารถพ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความเศร้าโศก เสียใจ พิไรรำพัน ความคับแค้นใจ กล่าวโดยย่อคือสามารถทำตนให้พ้นจากความทุกข์ได้ นี่แลภิกษุทั้งหลายคือความแตกต่างกัน ความพิเศษกว่ากันระหว่างสาวกของพระอริยะผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้มิได้สดับ


จะเห็นได้ว่าความเศร้าโศกเสียใจพิไรรำพันนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความยึดมั่นในโลกธรรม เพราะความเขลาต่อความจริง ไม่รู้ตามความจริง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมิได้สดับธรรมของพระอริยะ ไม่ใส่ใจเนืองๆ ซึ่งธรรมของพระอริยะมีคุณภาพในการกำจัดโศก และกำจัดความหลงใหลมัวเมา

อีกประการหนึ่ง บุคคลทั่วไปเมื่อพิจารณาสิ่งใดก็มักพิจารณาในด้านคุณหรือด้านโทษแต่ประการเดียว คือ ดิ่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่พิจารณาให้เห็นทั้งด้านคุณและด้านโทษของสิ่งนั้นๆ จึงทำให้เขามีทางปฏิบัติเอียงสุดไปด้านใดด้านหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กล่าวคือ วิ่งเข้าหา หรือผลักไส ชอบ ไม่ชอบ ยินดี ไม่ยินดี เป็นอาทิ ผลก็คือจิตของเขาไม่มีเวลาสงบนิ่งได้เลย คอยกังวลอยู่กับเรื่องพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง

ตัวอย่างคนที่แสวงหาลาภ ทรัพย์สินเงินทอง ก็เพ่งมองแต่ด้านคุณของทรัพย์สินเงินทองแต่ประการเดียว ไม่เคยนึกเฉลียวถึงด้านโทษของมันซึ่งมีอยู่เป็นอันมากเหมือนกัน เช่น บางคนต้องเสียชีวิตลงเพราะป้องกันทรัพย์ของตน บางคนต้องแตกจากมิตร บางคนต้องเสีย คนเสียความเป็นคนดี เพราะทะนงในทรัพย์สิน บางคนต้องคอยระวังรักษาไม่เป็นอันหลับนอน ฯลฯ เหล่านี้ล้วน เป็นโทษที่แฝงมากับการมีทรัพย์ทั้งสิ้น


ความเสื่อมลาภหรือเสื่อมทรัพย์นั้น คนทั้งหลายเป็น อันมากก็พากันเพ่งมองว่าไม่ดี แต่ความจริงมีดีอยู่เป็นอันมาก ทำให้ทรัพย์ภายในคือคุณธรรม เช่น ความขยันหมั่นเพียรเพิ่มขึ้น ไม่ใช้ชีวิตเหลวแหลกอย่างคนมีทรัพย์ บางคน มีความเจียมตัวเจียมใจ สุภาพอ่อนโยน เป็นเหตุ ให้เป็นที่รักของคนทั้งหลายผู้เข้าใกล้คบหาสมาคม มีศรัทธาในศาสนาเป็นแหล่งเพาะอุปนิสัยที่ดีให้แก่ตน ยิ่งกว่านั้นบางคนได้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมและชาติบ้านเมือง ก็เพราะเหตุที่ตนเป็นคนขัดสนทรัพย์ จำเป็นต้องทำงานหาทรัพย์มาเลี้ยงตนด้วยเรี่ยวแรงกำลัง ผลงานของเขาเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไป ยั่งยืนนานดีกว่า คนมั่งมีนั่งกินนอนกินแล้วตายไปโดยทิ้งศพของตนไว้ให้เป็นที่ลำบากแก่คนที่อยู่ข้างหลัง

ที่พูดถึงแง่เสียของการมีลาภและแง่ดีของความเสื่อม ลาภในที่นี้ก็เพื่อให้ผู้สนใจได้มองเห็นทั้งด้านคุณและด้านโทษของสิ่งๆ เดียว เพื่อจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับมันด้วยสติปัญญาอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ว่า

อาทีนวทสฺสาวี นิสฺสรณปฺณโญ ปริภุญฺชติ ถือเอาความว่า เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ด้วยการพิจารณาเห็นโทษ และมีปัญญาในการสลัดออกคือ ไม่นำตนเข้า ไปผูกพันชนิดที่ถอนไม่ขึ้น แต่เข้าไปบริโภคใช้สอยอย่าง มีสติปัญญาโดยประการที่จะไม่ตกเป็นทาสของสิ่งนั้น ไม่ให้สิ่งนั้นย่ำยีเอาแล้วต้องคร่ำครวญว่า ทุกข์หนอๆแต่ก็ยังกอดรัดสิ่งนั้นเอาไว้ ยึดสิ่งนั้นเอาไว้เหมือนที่ร้อง ว่า ไฟร้อนหนอแล้วก็วิ่งเข้าหากองไฟครั้งแล้วครั้งเล่า ลองคิดดูเถิดว่าน่าสงสารสักเพียงใด



คนส่วนมากแสวงหา ลาภ ยศ และสรรเสริญด้วยคิด ว่า ถ้าได้มาก็จะทำให้ตนมีความสุขขึ้นเป็นผู้สมบูรณ์ขึ้น จะเป็นจริงดังนี้ได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นทำตนอยู่เหนือ ลาภ ยศ และสรรเสริญ แต่ถ้าได้มาแล้วกลับตกเป็นทาสของมัน เขาก็จะมีแต่ความเศร้าโศกเป็นเบื้องหน้า ต้องหยั่งลงสู่ทุกข์ มีทุกข์เป็นเบื้องหน้าอย่างแน่นอน เพราะสิ่งนี้พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาอันยอดเยี่ยมได้ตรัสบอกไว้แล้วว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโมใครไปฝืนกระแสอันนี้เข้าก็เท่ากับฝืนกระแสแห่งสัจจะ ย่อมต้องเดือดร้อนเองเศร้าหมองเอง ทุกข์ทรมานเอง

บางคนเก็บเอาเรื่องที่ล่วงแล้วนานปีมาเศร้าโศกทรมานใจ ความจริงอดีตก็ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของอดีต มันไม่กลับฟื้นคืนชีพมาอีกแล้ว อย่าว่าแต่นานปีเลย แม้เพียงแต่ชั่วโมงเดียวที่ล่วงแล้วก็ถอยหลังไม่ได้ อดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย เมื่อมันล่วงไปแล้วก็ปล่อยให้มันล่วงไปเถิด อย่าไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย

บางคนเหนี่ยวรั้งเอาเรื่องอนาคตมากังวลเศร้าหมอง กลัวว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไรในปัจจุบันให้จริงจัง เต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้แต่ท้อแท้ อ่อนแอ เพราะความหวาดกลัวเป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจ



จงให้กำลังใจแก่ตนเองเสมอๆ ว่า จงทำปัจจุบันให้ดีเถิด อนาคตจะดีเองหรือ อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถิด ฉันทำปัจจุบันดีที่สุดแล้วเมื่อเป็นดังนี้อารมณ์หรือจิตใจก็อยู่เฉพาะปัจจุบัน ความเศร้าโศกไม่มี ความวิตกหมกมุ่นก็ไม่มี เพราะ ความกังวลไม่มี

นี่แหละคือที่พึ่งอันเกษมของดวงจิต หาใช่อื่นไม่ (อกิญฺจนํ อนาทานํ เอตํ ทีปํอนาปรํ) เมื่อจิตได้ที่พึ่งอันเกษมอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก จิตไม่โศกนั้นเป็นมงคลอันสูงสุดข้อหนึ่ง




วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

20 หนทาง สู่ความสุขได้ทุกวัน



ความสุข เป็นคำที่ใคร ๆ ต่างก็ไขว่คว้า อยากมีไว้ในครอบครอง และความสุขของแต่ละคนก็มาจากสาเหตุต่าง ๆ กันไป บ้างแค่อากาศแจ่มใสท้องฟ้าปลอดโปร่งก็มีความสุข บางคนแค่ได้พักสมองจากการทำงานบ้างก็รู้สึกเป็นสุขแล้ว เมื่อจิตใจรู้สึกสบาย ร่างกายก็รู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย เป็นกลไกการทำงานของกายกับใจที่เกี่ยวเนื่องถึงกัน  เมื่อสุขกายสบายใจขนาดนี้คนเราก็เลยอยากจะมีความสุขอยู่บ่อย ๆ ซึ่งวิธีที่ทำให้เรามีความสุขได้นั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ลองมาดู 20 วิธีง่าย ๆ ที่จะสร้างความสุขให้กับตัวเองกันดีกว่าค่ะ


 1. ระเบิดหัวเราะดัง ๆ

           การหัวเราะเป็นสัญลักษณ์ของการมีความสุข ช่วยลดความเครียดและเพิ่มระดับฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ได้ให้ผู้เข้าร่วมทดลองชาย 8 คน จาก 16 คน ดูวีดิโอที่ผู้คนได้ลงความเห็นว่ามีเนื้อหาที่สนุกสนาน ผลปรากฏว่าขณะได้ชมวีดิโอ ชายกลุ่มนี้มีระดับฮอร์โมนความเครียดลดต่ำลง ในขณะที่สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ถูกหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกสนุกสนานหรือตื่นตัว ออกมามากขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีปริมาณโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ชี้บ่งถึงสุขภาพและภูมิต้านทาน สูงขึ้นถึง 87 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดูวีดิโอสนุกสนานเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า การหัวเราะและความรู้สึกสนุกสนานทำให้เรามีความสุขขึ้นได้

2. นอนหลับอย่างเพียงพอ

           หลาย ๆ คนมีนิสัยชอบนอนดึก ทำให้รู้สึกไม่แจ่มใสและอารมณ์หม่นหมองได้ง่ายในวันต่อมา การนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นการชาร์ตแบตให้กับร่างกาย ลองเข้านอนแต่หัวค่ำ และนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หากยังไม่รู้สึกง่วงในทันที ลองหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านสักเล่ม พอเริ่มง่วงจึงหรี่ไฟและพักผ่อน แล้วคุณจะตื่นขึ้นมาอย่างสดใสในเช้าวันถัดไปแน่นอน

3. ฟังเพลง
      มีผลการศึกษาพบว่า เสียงดนตรีช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และยังกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกมีความสุขหรือพึงพอใจ ซึ่งสามารถถูกกระตุ้นด้วยอาหารและการมีเพศสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน จากการทดลองเปิดเพลงคลอไปขณะทำการผ่าตัดตาให้กับผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอัตราการเต้นของหัวใจ และระดับความดันเลือดลดลง ซึ่งสรุปได้ว่า เสียงเพลงช่วยผ่อนคลายและทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักนั่นเอง

4. ทำสวน

           การทำงานสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากทำให้เราได้ออกกำลังกายและสดชื่นกับอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียด และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทั้งความรู้สึกที่ได้เฝ้ามองต้นไม้ที่คุณทนุถนอมปลูกมากับมือ จนมันแตกยอดออกดอกออกผลได้นั้น จะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจไปได้อีกนานเลยทีเดียว

 5. กลิ่นอโรมาเธอราพี

           ผลการวิจัยพบว่า กลิ่นอโรมาเธอราพีต่าง ๆ สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้จริง โดยกลิ่นโรสแมรี่ ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว ผ่อนคลายความวิตกกังวล ช่วยให้การคิดคำนวณเร็วขึ้น ในขณะที่กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยกระตุ้นให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งปัจจุบันนี้เราสามารถปรุงแต่งให้ห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอม ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งจากน้ำมันหอม เทียนหอม สเปรย์ปรับอากาศ ฯลฯ





6. เล่นกับสัตว์เลี้ยง

           มีผลการวิจัยมากมายที่กล่าวว่า การใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงจะช่วยลดความเครียดได้ดี โดยมีการศึกษากับคู่รัก 240 คู่ โดยครึ่งหนึ่งเป็นคู่รักที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง พบว่ากลุ่มที่เลี้ยงสัตว์นั้น มีระดับการเต้นของหัวใจ และความดัน ต่ำกว่ากลุ่มคู่รักที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในบางครั้งสัตว์เลี้ยงยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ดีกว่าคู่รักด้วยซ้ำ

 7. ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำ

           การลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำ จะทำให้คุณลำดับความสำคัญและจัดการภารกิจต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น ช่วยให้คุณมองเห็นภาพคร่าว ๆ ของสิ่งที่กำลังจะเกิด และวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น

 8. จัดการความยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย

           การมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใด หรือการรีแลกซ์ผ่อนคลาย คงเป็นไปได้ยาก หากโต๊ะที่ทำงานหรือที่บ้านของคุณรกระเกะระกะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่วางสุมเอาไว้ บิลค่าใช้จ่ายหรือเอกสารต่าง ๆ ที่กระจายเต็มโต๊ะ จัดการทำความสะอาดเสียให้เรียบร้อย ด้วยการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้คุณมีสมาธิในขณะที่ลงมือทำ ทั้งการเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน ยังทำให้มีสมาธิกับงานที่จะทำชิ้นต่อไปมากขึ้นด้วย

 9. รู้จักปล่อยวาง

           ถ้างานที่คุณทำอยู่มีมากจนล้นมือ ทำให้คุณหัวปั่นและหาเวลาว่างไม่ได้ และรู้สึกเหน็ดเหนื่อยนักก็ปล่อยวางลงเสีย พักงานบางอย่าง หรือกระจายความรับผิดชอบให้คนอื่น เหลือเวลาว่างให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้าง




 10. หยุดการรับข่าวสาร

           เมื่อถึงวันพักผ่อนของคุณ หยุดการรับข่าวสารไม่ว่าจากทางใดทั้งสิ้น ทั้งจากการดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือเข้าไปดูข่าวต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ลองหยุดดูสักครั้ง เพื่อไม่ต้องรับรู้ความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว ใช้วันหยุดของคุณในการพักผ่อนอยางเต็มที่ ทั้งกายและความคิด

 11. หยุดความเครียดจากการติดตามหุ้น

           หากใครเป็นนักลงทุน คงรู้ดีว่าการเล่นหุ้นนั้นมีความเสี่ยง และตลาดหุ้นก็ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนที่ลงทุนในตลาดหุ้นใจหายใจคว่ำกันได้ง่าย ๆ แต่การลงทุนใด ๆ นั้นย่อมต้องใช้ระยะเวลา โอกาสได้กำไรมามีมากพอ ๆ กับการขาดทุน หากไม่ต้องการเครียดหนักจากความผันผวนในตลาดหุ้น เลิกนิสัยที่ต้องเข้าไปเช็คความเป็นไปในตลาดหุ้นบ่อย ๆ ปล่อยให้การซื้อขายทำหน้าที่ของมันไป ส่วนคุณเอนหลังนั่งพัก โดยไม่ต้องเอาตัวเข้าไปผูกติดดีกว่า


 12. ไปสถานที่เงียบสงบ

           สถานที่เช่นโบสถ์ วัด พิพิธภัณฑ์ หรือห้องสมุด เป็นสถานที่ที่ดีในการหลบหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก เมื่อไหร่ที่รู้สึกวุ่นวายใจ หรือต้องการความเงียบสงบ ก็ลองไปสถานที่เหล่านี้ดูนะคะ
 
 13. ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

           แม้การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนรู้ใจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกกังวล หรือความไม่สบายใจต่าง ๆ ได้ดี แต่บางคราวคุณก็ต้องการเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเองบ้าง หากครั้งไหนที่รู้สึกวิตกกังวลและอยากเป็นอิสระ ลองออกไปทานข้าว ดูหนัง หรือใช้เวลาที่ร้านหนังสือคนเดียวดู คุณจะได้พบกับความสงบในอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต


14. ทำงานอาสาสมัคร

           ยามที่คุณมีปัญหา จงคิดว่ามีคนอีกมากมายที่อยู่ในสภาพที่ลำบากและย่ำแย่กว่าคุณ ลองเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้น โดยการทำงานเป็นอาสาสมัคร ซึ่งนอกจากจะได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นแล้ว ยังทำให้ตัวเองรู้สึกดีอีกด้วย  จากการศึกษาพบว่า การทำงานอาสาสมัครช่วยเพิ่มความรู้สึกมีความสุข ความพอใจในชีวิต ความมั่นใจในตนเอง ความรู้สึกว่าสามารถจัดการชีวิตตนเองได้ และลดความรู้สึกหดหู่หรือดูถูกตัวเองได้ด้วย

 15. จิตใจอันมีที่ยึดเหนี่ยว

           ความสุขหนึ่งสามารถเกิดได้จากใจซึ่งมีที่ยึดเหนี่ยว ในงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้น ชี้ผลตรงกันว่า ผู้ที่มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ จะรู้สึกมีความสุขกว่า รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีกว่าผู้ที่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีหลักยึดเหนี่ยวใด ๆ โดยศาสตราจารย์เดวิด ไมเออร์ส จากแผนกจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโฮป รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ ได้รายงานจากการวิจัยว่า ความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวพร้อมทั้งนำทางให้บุคคลผู้นั้นก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ไปได้ โดยสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นศาสนา ขอเพียงแต่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็พอ 

 16. มีสติอยู่กับตัว

           ในขณะหนึ่งที่คุณกำลังทำสิ่งใดอยู่ จงมีสติและจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น อย่างเวลากินอาหารเย็นกับครอบครัว ก็อย่าได้ให้สมองแว่บไปคิดถึงเรื่องงาน หรือกังวลถึงเรื่องที่ต้องสะสางในวันรุ่งขึ้น ส่วนเวลาทำงานก็ตั้งใจจดจ่อ อย่าได้เหม่อลอย เมื่อเรามีสมาธิและจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใด เรามักทำสิ่งนั้นได้ดี และผลที่ได้ก็จะทำให้เรามีความสุข

17. ไม่ทำหลาย ๆ สิ่งในเวลาเดียวกัน

           คนเราเมื่อทำหลาย ๆ สิ่งพร้อมกันแล้ว มักทำได้ไม่ค่อยดี อาจพลาดพลั้งทำอะไรผิดพลาดลงไปได้ง่าย ๆ ด้วยไม่รู้ว่าจะให้จิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งไหนดี เช่น หากคุณมักโทรศัพท์ไปรีดผ้าไป วางมือจากงานบ้านนั้นเสียก่อน แล้วนั่งลงคุยโทรศัพท์ดี ๆ ให้ความสนใจกับบทสนทนานั้นว่าคู่สนทนากำลังกล่าวถึงสิ่งใด ส่วนคนทำงานที่มักเขียนรายงานไปพร้อม ๆ กับเช็คอีเมล หรือท่องไปตามหน้าเว็บเพจต่าง ๆ หยุดมือจากการคลิกเมาส์ท่องโลกอินเทอร์เน็ตสักพัก แล้วหันมาจดจ่อทำงานของคุณให้เสร็จก่อน นอกจากงานจะเสร็จไวขึ้นแล้ว ยังถูกต้องแม่นยำมากขึ้นด้วย

 18. เดินจงกรม

           การได้สงบจิตใจและสงบสติของตัวเองด้วยการเพ่งสมาธิไปที่แต่ละก้าวย่างเช่นการเดินจงกรม ย่อมดีกว่าการกินยาระงับประสาท ที่แม้จะให้ผลเหมือนกัน แต่ส่งผลต่อจิตใจแตกต่างกันอย่างลิบลับ ยาระงับประสาทช่วยหยุดอาการฟุ้งซ่าน แต่การเดินจงกรมนอกจากจะทำให้จิตใจสงบลงไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ยังทำให้จิตใจแข็งแรง และมีวิจารณญาณ มีสติกำกับการกระทำมากขึ้นด้วย


 19. อธิษฐาน

           การอธิษฐานขอพรก็ช่วยให้เรามีความสุขขึ้นได้ แม้จะไม่มีสิ่งใดเป็นหลักรับประกันได้ว่า สิ่งที่เราได้วอนขอไปนั้นจะสัมฤทธิ์ผลจริงหรือไม่ แต่การรู้สึกว่ามีใครบางคนหรือเบื้องบนที่เราไม่อาจรู้ รับฟังคำอธิษฐานของเราอยู่ ก็จะช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้นได้

 20. ให้ความสำคัญกับมิตรภาพ

           จากการสำรวจผู้คน 1,300 คน ทั้งชายและหญิงในช่วงอายุต่าง ๆ กัน มีข้อชี้บ่งว่า ผู้ที่มีมิตรสหายมาก จะระดับมีความดันเลือด ระดับน้ำตาล ระดับคอเรสเตอรอล และระดับฮอร์โมนคอติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ต่ำกว่าผู้ที่มีเพื่อนน้อยเพียง 1-2 คน และยังพบข้อชี้บ่งเช่นเดียวกันนี้ ในผู้ที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมใกล้ชิดกับญาติ คนในครอบครัว และคนรัก นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ผู้คนที่รู้สึกโดดเดี่ยว หดหู่ มีโอกาสที่จะป่วย และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร มากกว่ากลุ่มที่มีมิตรสหายรายล้อม 3-5 เท่าเลยทีเดียว รู้อย่างนี้แล้วแทบอยากจะโทรชวนเพื่อนออกมาเจอกันทันทีเลยเชียว


           เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 20 หนทางที่จะนำคุณไปสู่ความสุขได้ทุกเมื่อ สุขบางอย่างเกิดจากการกระทำ เลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เกิดความไม่สบายใจ และเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับความสุข ส่วนสุขบางอย่างเกิดมาจากจิตใจข้างใน เพียงแค่เปลี่ยนความคิดชีวิตก็มีความสุขขึ้นมาก จะเลือกข้อไหนไปปฏิติก็ได้นะคะ รับรองว่าทำแล้วชีวิตแฮปปี้ขึ้นแน่นอน ยังไงก็ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะคะ